คู่มือทำ Net Zero Roadmap สำหรับธุรกิจ ฉบับเข้าใจง่าย ปี 2026

คู่มือทำ Net Zero Roadmap สำหรับธุรกิจ ฉบับเข้าใจง่าย ปี 2026

Net Zero Roadmap คือแผนระยะยาวที่กำหนดเส้นทางให้ธุรกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการระบุขอบเขตและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การกำหนดเป้าหมายและกรอบเวลา จากนั้นวางแนวทางลดการปล่อยคาร์บอน ทั้งการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานที่ลดการปล่อยคาร์บอน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พร้อมติดตามผลการลดด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจน ส่วนการปล่อยที่ยังลดไม่ได้จึงค่อยชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) หรือการดูดกลับคาร์บอน (Carbon Removal)

ปี 2026 เป็นช่วงที่ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจชัดเจนขึ้น ทั้ง EU CBAM ที่เข้าสู่ระยะบังคับใช้จริงตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 กับสินค้ากลุ่มเหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ทิศทางมาตรการภาษีคาร์บอนในไทย ตลอดจนข้อกำหนด ESG จากคู่ค้า นักลงทุน และสถาบันการเงิน การทำ Net Zero Roadmap จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจ ที่ช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มลดคาร์บอนจากจุดใด ควรลงทุนด้าน Clean Energy อย่างไร และวัดความคืบหน้าด้วยตัวชี้วัดใด เมื่อวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนโดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบกลยุทธ์การดำเนินงาน ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นใจ ควบคู่กับการลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

ทำไมธุรกิจไทยต้องทำ Net Zero Roadmap ในปี 2026

เมื่อมาตรการด้านคาร์บอนเริ่มบังคับใช้จริงและข้อกำหนดจากคู่ค้าทั่วโลกที่เข้มงวดขึ้น Net Zero Roadmap จึงกลายเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ช่วยให้องค์กรรับมือความเสี่ยง เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตอย่างมั่นคงในโลกเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย Net Zero Roadmap สร้างประโยชน์ให้องค์กรในหลายมิติ ได้แก่

  • ลดต้นทุนพลังงาน 

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ในระยะยาว และทำให้ธุรกิจบริหารการใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า

  • รักษาคู่ค้าและลูกค้าใน Supply Chain

แบรนด์ระดับโลกเริ่มกำหนดให้ซัพพลายเออร์เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีแผนลดคาร์บอนที่ชัดเจน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยในห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) ของตนเอง ธุรกิจที่มีแผนดังกล่าวรองรับช่วยให้สามารถรักษาคู่ค้าเดิม และมีโอกาสได้รับเลือกเป็นคู่ค้ามากขึ้น

  • เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก

ช่วยให้ธุรกิจพร้อมรับมือกับผลกระทบจากมาตรการด้านคาร์บอน เช่น CBAM และกฎหมายภาษีคาร์บอน

  • เข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว (Green Finance) 

สถาบันการเงินหลายแห่งนำเกณฑ์ ESG มาใช้พิจารณาการให้สินเชื่อมากขึ้น องค์กรที่มีแผนลดคาร์บอนชัดเจนจึงสามารถเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน หรือสิทธิประโยชน์ทางการเงินได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจตั้งเป้าหมาย Net Zero อย่างไร ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การตั้งเป้าหมาย Net Zero ขององค์กรให้น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ธุรกิจสามารถอ้างอิงกรอบการดำเนินงานอย่าง SBTi (Science Based Targets initiative) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องตามหลักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • เป้าหมายระยะสั้น (Near-term Targets) กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะ 5-10 ปี ที่ธุรกิจต้องลด โดยวางแผนลดทั้ง Scope 1, 2 และ 3 เพื่อให้เกิดความคืบหน้าและครอบคลุมการลดทุก Scope
  • เป้าหมายระยะยาว (Long-term Net Zero Targets) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 Scopes ให้ได้อย่างน้อย 90% ภายในปี 2050 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของไทย หรือเร็วกว่านั้นตามเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ ส่วนการปล่อยคงเหลือที่ลดไม่ได้ ต้องจัดการในขั้นสุดท้ายด้วยการดูดกลับคาร์บอน (Carbon Removal) จึงจะถือว่าบรรลุ Net Zero

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนบนฐานวิทยาศาสตร์ไม่เพียงสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้าและนักลงทุน แต่ยังเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้องค์กรจัดสรรทรัพยากร เลือกใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำตลอดเส้นทางสู่ Net Zero

การทำ Net Zero Roadmap เริ่มจากต้องรู้ว่าองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมใดมากที่สุดและปล่อยในปริมาณเท่าใด จากนั้นนำข้อมูลมาวางแผนการดำเนินงานผ่าน 4 ขั้นตอน

ทำ Net zero roadmap อย่างไร? 4 ขั้นตอนขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ฉบับเข้าใจง่าย

การทำ Net Zero Roadmap เริ่มจากต้องรู้ว่าองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมใดมากที่สุดและปล่อยในปริมาณเท่าใด จากนั้นนำข้อมูลมาวางแผนการดำเนินงานผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจวัด กำหนดเป้าหมายและแผนงาน การลงมือลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงการติดตามผลและชดเชยส่วนที่เหลือ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าสู่ Net Zero ได้อย่างเป็นระบบและคุ้มค่าที่สุด

Step 1: Measure (ตรวจวัด) – คำนวณ Carbon Footprint องค์กร

เริ่มจากกำหนดขอบเขตองค์กรและเลือกปีฐานที่มีข้อมูลครบถ้วน จากนั้นรวบรวมข้อมูล เช่น บิลค่าไฟ ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง การจัดซื้อวัตถุดิบ และกิจกรรมขนส่ง เพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยอ้างอิงแนวทาง GHG Protocol และครอบคลุมการปล่อยทั้ง 3 Scopes ได้แก่

  • Scope 1 การปล่อยทางตรงจากแหล่งที่องค์กรเป็นเจ้าของหรือควบคุม เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงาน รถขนส่งของบริษัท และการรั่วไหลของสารทำความเย็น
  • Scope 2 การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมาใช้ เช่น ไฟฟ้า ไอน้ำ ความร้อน หรือความเย็นที่องค์กรซื้อจากผู้ให้บริการภายนอก
  • Scope 3 การปล่อยทางอ้อมอื่นในห่วงโซ่คุณค่าอุปทาน (Value Chain) ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น วัตถุดิบที่ซื้อมา การขนส่งโดยผู้รับจ้าง การเดินทางของพนักงานโดยรถส่วนตัวหรือรถสาธารณะ การใช้สินค้าของลูกค้า และการจัดการสินค้าหลังหมดอายุการใช้งาน

การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทั้ง 3 Scopes นี้ จะทำให้ธุรกิจรู้ว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าใด มาจากแหล่งใดมากที่สุด และควรเริ่มลดจากจุดไหนก่อน

Step 2: Plan & Prioritize (วางแผน) – กำหนดเป้าหมายและแผนลดการปล่อย

ขั้นตอนนี้คือการตั้งเป้าหมายว่าจะลดการปล่อยในแต่ละ Scope เท่าใดและภายในปีไหน จากนั้นวางแผนการลดโดยเปรียบเทียบว่าแต่ละวิธีลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใด ใช้เงินลงทุนเท่าใด และคืนทุนเมื่อใด เพื่อจัดลำดับว่าควรเริ่มจากวิธีไหนก่อน

  •  แผนการดำเนินงานเร่งด่วนที่ลงทุนน้อยและเห็นผลเร็ว เช่น ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน
  • แผนการดำเนินงานที่ต้องลงทุน เช่น เปลี่ยนเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง เปลี่ยนระบบทำความเย็นมาใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน และเปลี่ยนฟลีทรถขนส่งดีเซลในธุรกิจให้เป็นรถขนส่งไฟฟ้า (EV)

ธุรกิจควรกำหนดงบประมาณ ระยะเวลาดำเนินงาน และเป้าหมายการลดในแต่ละโครงการให้ชัดเจน พร้อมวางแผนร่วมกับคู่ค้าเพื่อลดการปล่อยจากวัตถุดิบและการขนส่งใน Scope 3 ด้วย

Step 3: Execute (ลงมือทำ) – ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด

เปลี่ยนแผนกลยุทธ์ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงด้วยการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ามาใช้ในธุรกิจ เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ใช้ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) และระบบทำความเย็นที่มี AI ช่วยควบคุมอุณภูมิและปรับการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ และใช้ฟลีทรถขนส่งไฟฟ้าซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน

Step 4: Track & Offset (ติดตามและชดเชย) – รายงานผลและชดเชยส่วนที่เหลือ

ติดตามความคืบหน้าว่าหลังดำเนินการแล้ว องค์กรใช้พลังงานลดลงเท่าใด ประหยัดค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน และลดการปล่อยได้ตามเป้าหมายหรือไม่ จากนั้นนำข้อมูลที่วัดผลได้ไปจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์และรายงานความยั่งยืน พร้อมทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ หากยังไม่ถึงเป้าหมาย ควรหาสาเหตุและปรับวิธีดำเนินงานให้เหมาะสม

ตาม เกณฑ์ SBTi องค์กรต้องรายงานการใช้ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) แยกจากผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และไม่สามารถนำมานับรวมเป็นการลดตามเป้าหมายได้ หากจะบรรลุ Net Zero องค์กรต้องลดการปล่อยตามเกณฑ์ก่อน แล้วจึงชดเชยการปล่อยส่วนที่เหลือด้วยการดูดกลับคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศและกักเก็บอย่างถาวร (Carbon Removal) ผ่านโครงการขององค์กรเองหรือคาร์บอนเครดิตจากโครงการประเภท Removal ที่เข้าเกณฑ์

ทั้ง 4 ขั้นตอนช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าควรเริ่มจากจุดใด ลงทุนอย่างไร และติดตามความคืบหน้าอย่างไร เมื่อมีข้อมูลชัดเจนและลงมือทำต่อเนื่อง องค์กรจะสามารถลดต้นทุนพลังงานและเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นระบบ

พันธมิตรสู่ความยั่งยืน: ผู้ให้บริการและบริษัทที่ปรึกษา Net Zero ในไทย

การเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้ประสบความสำเร็จ นอกจากการมีแผนกลยุทธ์ที่ดีแล้ว การเลือกพันธมิตรหรือผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าตาม Roadmap ได้อย่างมั่นใจ ลดความซับซ้อนในกระบวนการทำงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย

ผู้ให้บริการ Net Zero แบบครบวงจรในไทยมีที่ไหนบ้าง? (Net Zero Provider)

Banpu NEXT (บ้านปู เน็กซ์) ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions แบบครบวงจรสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม นำเสนอบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางกลยุทธ์และออกแบบ Net Zero Roadmap การคำนวณและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเสนอโซลูชันที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในทุกขั้นตอนการดำเนินงานทั้ง Scope 1, 2 และ 3 เพื่อให้ธุรกิจมีแผนที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริงและเป้าหมายระยะยาว

ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ใช้ภายในธุรกิจ พร้อมเก็บไฟฟ้าส่วนเกินไว้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ธุรกิจใช้ไฟฟ้าได้ต่อเนื่องและเสถียร โดยออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการใช้พลังงาน

บริการเช่าซื้อ เช่าใช้ และลีสซิ่งรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พร้อมให้บริการสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าตามเส้นทางขนส่งสายหลักและการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ธุรกิจ รวมถึงบริการแพลตฟอร์ม AI ช่วยวางแผนเส้นทางขนส่ง เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

นอกจากนี้ Banpu NEXT ยังนำแพลตฟอร์มที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI มาช่วยคำนวณและติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างแม่นยำ โดยบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero ของบ้านปู เน็กซ์ยังครอบคลุมถึงการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและรายงานความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและคู่ค้าใน Supply Chain บริการแบบครบวงจรของบ้านปู เน็กซ์จึงช่วยให้ธุรกิจลดการปล่อยคาร์บอนได้ตาม Net Zero Roadmap อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มทำ Net Zero Roadmap ได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการคำนวณและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำหนดเป้าหมาย เลือกวิธีลดที่เหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้น Net Zero Roadmap วันนี้ เพิ่มความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ธุรกิจสามารถเริ่มทำ Net Zero Roadmap ได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการคำนวณและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำหนดเป้าหมาย เลือกวิธีลดที่เหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและวางแผนอย่างเป็นระบบจะช่วยให้องค์กรจัดลำดับวิธีดำเนินงานและการลงทุน ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง และเตรียมพร้อมรองรับความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าและคู่ค้า เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

Banpu NEXT พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาวให้กับทุกธุรกิจ (Net Zero Partner) ให้บริการโซลูชันครบวงจรและมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมิน วางแผน และนำเสนอเทคโนโลยีและแนวทางลดคาร์บอนในทุกมิติ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายได้อย่างมั่นใจ ควบคู่กับการลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ทำ Net zero roadmap อย่างไร หากเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือ SMEs?

  • A: เริ่มต้นจากขั้นตอนที่ทำได้ทันที โดย 
    • 1) วัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในองค์กรเพื่อระบุแหล่งที่มาของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ Scope 1 และ 2 
    • 2) กำหนดเป้าหมาย ปรับปรุงการผลิตและการดำเนินงาน ลดการใช้พลังงานในระยะสั้น 
    • 3) ลงทุนในโซลูชันที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนเร็ว เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop การเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และการใช้เทคโนโลยี AI ควบคุมการใช้พลังงาน 
    • 4) ปรับปรุงกระบวนการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ Net Zero ที่มีโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ และยืดหยุ่นตามงบประมาณ

Q2: ธุรกิจตั้งเป้าหมาย Net Zero อย่างไรให้ผ่านเกณฑ์ของสถาบันการเงินและคู่ค้า?

  • A: ควรกำหนดเป้าหมายโดยอิงมาตรฐานสากล เช่น SBTi ที่มีความชัดเจน ตรวจสอบได้ และมีกรอบเวลาแน่นอน โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น (แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะ 5-10 ปี) และเป้าหมายระยะยาว (Net Zero ภายในปี 2050 หรือเร็วกว่านั้น) พร้อมมีแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ (Action Plan) และใช้ระบบซอฟต์แวร์ติดตามผลการลดคาร์บอนที่โปร่งใส

Q3: ผู้ให้บริการ Net Zero ในไทยมีที่ไหนบ้าง ที่ช่วยวางแผนและลงมือทำได้ครบจบในที่เดียว?

  • A: Banpu NEXT เป็นผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในไทยที่ทำครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาด้าน Net Zero ออกแบบ วางแผนการดำเนินงาน และพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาด (Solar and BESS, EV Fleet Solutions, and Energy Efficiency) เพื่อช่วยให้องค์กรดำเนินงานตาม Net Zero Roadmap ที่วัดผลได้และสำเร็จตามเป้าหมาย