พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาด (Clean Energy) อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ ในแต่ละปีจะมีพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 173,000 เทราวัตต์ (หลายพันล้านวัตต์) ที่ถูกส่งมายังโลก แม้คิดเป็นเพียง 35% ของพลังงานแสงอาทิตย์ที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศและลงมาถึงพื้นผิวโลก แต่นั่นก็มากกว่าจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่คนทั่วโลกต้องการถึง 10,000 เท่า 1

พลังงานแสงอาทิตย์ถูกนำมาพัฒนาและใช้อย่างแพร่หลายมากว่า 60 ปี ผ่านเทคโนโลยีหลักในการนำเอาพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า “โซลาร์เซลล์” ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับดาวเทียมในอวกาศไปจนถึงการพัฒนาเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) หรือแบบที่ติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้ทดแทนหรือใช้ร่วมกับไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน อีกทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย เช่น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ สาเหตุสําคัญของการเกิดภาวะโลกร้อนและลดการใช้ทรัพยากรน้ำ เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์นั้นไม่ต้องใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้า จึงสามารถช่วยประหยัดทรัพยากรน้ำที่เป็นทรัพยากรสำคัญของโลก

ปัจจุบันการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ประเภทโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกเนื่องจากการเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาพัฒนาจนทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่ถูกลง ยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีผู้สนใจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อใช้งานเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีราคาถูกลง จนทำให้ยอดการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นถึง 35 เทียบได้กับการใช้พลังงานไฟฟ้ากว่า 12 ล้านหลังคาเรือน2 ด้านประเทศญี่ปุ่นก็ได้สร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำแห่งแรกของโลกขึ้นที่จังหวัดไอจิ ทางตอนกลางของเกาะฮอนชูเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ โดยในปี พ.ศ. 2562 ประเทศญี่ปุ่นมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกรวม 73 แห่งและคิดเป็น 50% ของการผลิตไฟฟ้าลอยน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกที่มีกำลังการผลิตประมาณ 246 เมกะวัตต์3

ส่วนประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านทรัพยากรพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ถือเป็นทรัพยากรมากประโยชน์ที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ด้วยภูมิประเทศที่อยู่ในเส้นศูนย์สูตร ประเทศไทยได้รับพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าในเขตอื่นๆ ของโลก พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีศักยภาพด้านการรับพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งความเข้มรังสีแสงอาทิตย์เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 18.2 เมกะจูลต่อตารางเมตร ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ทำให้เราสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ต่อปี4 ด้วยปริมาณพลังแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานหมุนเวียนชั้นเลิศ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลเพื่อผลิตสินค้าหันมาใช้โซลาร์เซลล์จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างชาญฉลาด อีกทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์สามารถทำได้ทุกวันแม้ปริมาณแสงแดดน้อย

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์หรือระบบโซลาร์เซลล์จะสามารถผลิตและจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องได้รับการออกแบบติดตั้งอย่างดีที่สุดจากวิศวกรผู้ชำนาญการด้านระบบโซลาร์ พร้อมติดตั้งด้วยทีมงานมืออาชีพโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก็จะสามารถทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่า และปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกได้อย่างยั่งยืน

1 http://news.mit.edu/2011/energy-scale-part3-1026
2 https://www.energy.gov/eere/solarpoweringamerica/solar-energy-united-states
3 https://www.weforum.org/agenda/2019/03/japan-is-the-world-leader-in-floating-solar-power/
4 http://www.epco.co.th/departmentofenergybusiness.php